วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ดวงอาทิตย์


ดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุด ของโลก อยู่ห่างไป 93 ล้านไมล์ องค์ประกอบหลัก คือ ไฮโดรเจน และฮีเลียม พื้นผิวเป็นพลาสม่าอุณหภูมิกว่า 10 ล้านองศา F จัดอยู่ในดาวฤกษ์ขนาดเล็กประเภท ดาวแคระสีเหลือง yellow dwarf สามารถบรรจุดาวเคราะห์โลกได้ราวหนึ่งล้านดวง เป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มดาวฤกษ์ท้องถิ่น มันเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลกและระบบสุริยะ จ่าย พลังงานออกมาราว 380 ,000,000,000,000,000,000 MW มันจ่ายพลังงานแบบนี้ออกมาเป็นเวลาหลายพันล้านปีแล้ว และคาดว่ามันจะจ่ายพลังงานแบบนี้ไปจนหมดอายุของมันใน อีกราว 5000 ล้านปีข้างหน้า กระบวนการที่สามารถผลิตพลังงานแบบ นี้ได้มาจากกระบวนการ นิวเคลียร์ฟิวชั่นที่แกนกลางดวง อาทิตย์ ที่เป็นจุดที่มีความร้อนสูงสุดในระบบสุริยะคือราว 27 ล้านองศา F และเป็นจุดที่มีความหนาแน่นสูงราว 100 เท่า ของความหนาแน่นของตะกั่ว แต่เนื่องจากมันร้อนมากแกนจึง ไม่ได้อยู่ในสภาพของของแข็งแต่อยู่ในสภาพของพลาสมา ที่บริเวณแกนกลางนี้อะตอมของไฮโดรเจนถูกบีบให้เข้ามาอยู่ ใกล้กันมากๆจนพุ่งชนกันเองและหลอมรวมกันเป็น ฮีเลียม

แต่การหลอมรวมนี้มี มวลส่วนหายไปจากการหลอมรวม เป็น อะตอมฮีเลียม มวลส่วนที่หายไปนี้ก็จ่ายออกมาเป็นพลังงาน จากกระบวน fusion ที่ว่านั่นเอง ในทุกๆวินาทีจะมีการใช้ H ปริมาณ 600 ล้านตันถูกหลอมเป็น He จำนวน 595 ล้านตัน มวลที่หายไป 5 ล้านตันถูกปล่อยมา เป็นพลังงานเทียบเท่ากับ ระเบิดไฮโดรเจนขนาด 1 ล้านเมกะ ตันจำนวน 1 พันล้านลูกที่ถูกจุดพร้อมๆกันในแต่ละวินาที พลังงานจากแกนกลางจะถูกส่งขึ้นมาที่ผิวดวงอาทิตย์ในรูป ของอนุภาคความร้อนและแสง ที่เรียกว่า Photon

การเดิน ทางของ Photon จากแกนขึ้นสู่ผิวดาวนั้นไม่ง่าย เพราะมัน ต้องผ่านชั้นอนุภาคเช่นอะตอมความหนาแน่นสูง มาตลอด ทางซึ่ง Photon ส่วนใหญ่จะกระทบอะตอมอื่นๆและถูกกลืน หายไปแล้วถูกปลดปล่อยใหม่หลายครั้ง ถ้า Photon สามารถเดินทางออกห่างแกนกลางมากเท่าใดมันก็ จะเจอกับความหนาแน่นของอะตอมน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้น โอกาสจะโผล่พ้นพื้นผิวดวงอาทิตย์ก็จะมีมากขึ้น จนถึงระดับ ความลึกจากผิวราว 130 000 ไมล์ มันจะใช้เวลาเดินทางอีก ประมาณ 10 วันจนพ้นผิวดวงอาทิตย์ แล้วเดินทางมาถึงโลกที่อยู่ห่าง ไป 93 ล้านไมล์ในเวลา เพียง 8 นาที ดังนั้น Photon แต่ละ หน่วยที่มาถึงโลกนั้นอาจเกิดขึ้นมาแล้วกว่าล้านปี

ดวงอาทิตย์ของเราไม่ใช่ดาวฤกษ์รุ่นแรก แต่มันเป็นดาวที่เกิด จากฝุ่นและเถ้าถ่านของดาวฤกษ์รุ่นก่อนหน้ามันที่ระเบิด Super Nova จบชีวิตของมันไปแล้วราวหมื่นล้านปีก่อนหน้านี้

ซึ่งดาวดวงนั้น ได้ทิ้งธาตุโลหะหนักที่ซับซ้อนมากอย่างยูเรเนียมไว้ในฝุ่นผง จากการระเบิด แล้วหมุนวนรวมตัวเกิดเป็นดวงอาทิตย์และดาว เคราะห์ในระบบสุริยะทั้งหมดในปัจจุบัน ซึ่งด้วยขนาดดาวอย่างดวงอาทิตย์ของเรา นั้นไม่สามารถ หลอมรวมธาตุหนักเหล่านี้ได้ เพราะมันทำได้ มากที่สุดก็คือ หลอมรวมไอโดรเจน ฮีเลียม ไปถึงได้แค่ธาตุ เหล็กเท่านั้น

เนื่องจากดวงอาทิตย์มีสภาพเป็นพลาสมาที่มีการไหลไปมา มีขั้วแม่เหล็กเกิดขึ้นเป็นสิบๆล้านขั้วดังนั้น การระบุทิศทางด้วยเข็มทิศบนดวงอาทิตย์จะทำไม่ได้ พลาสมาบริเวณเส้นศูนย์สูตรไหลครบรอบหนึ่งรอบในเวลาประมาณ 25 วันโลก ในขณะที่ใกล้ขั้วดาวใช้เวลาประมาณ 35วันต่อหนึ่งรอบ เราสามารถมองเห็นเส้นแรงแม่เหล็กเหล่านี้ได้จากแนวของพลาสมาที่มีลักษณะโค้งบนพื้นผิวดาว ที่เราเรียกกันว่า corona ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่สามารถเอาดาวพฤหัสลอดใต้เส้นโค้งเหล่านี้ได้สบายๆ

มีหลายๆครั้งที่แม่แหล็กมีความเข้มมากจนสามารถบิดพลาสมานี้ให้อยู่ในลักษณะของเกลียวสปริงที่สะสมพลังงานไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในที่สุดแล้วพลังงานที่สะสมไว้มีมากจนไม่สามารถคงสภาพเกลียวสปริงไว้ได้อีกจึงมีการดีดตัวออกปลดปล่อยพลังงานออกเหมือนสปริง

โดยเรามักจะคุ้นกับปรากฏการณ์นี้ในชื่อของการเกิด Solar flare และการดีดมวลออกสู่บรรยากาศ Corona mass ejection (CME)

และบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กเข้มข้นมากนั้นอุณหภูมิพื้นผิวจะต่ำกว่าบริเวณโดยรอบถึงกว่า 1000 องศา ทำให้เห็นเป็นจุดสีดำบนพื้นผิวดาว แต่ถ้าเรายกเอาบริเวณจุดดำออกมาวางบนท้องฟ้ากลางคืนเทียบกับความสว่างของดวงจันทร์เต็มดวงแล้ว เราจะพบว่าจุดดำนี้จะมีความสว่างมากกว่าดวงจันทร์เต็มดวงถึง 10 เท่า

การปลดปล่อยมวล Corona mass ejection หรือการเกิดพายุสุริยะ (Solar storm) นั้นเป็นการปล่อยอนุภาคที่มีความร้อนและประจุสูงออกสู่บรรยากาศด้วยความเร็วที่อาจสูงถึง 800-900 ไมล์ต่อวินาทีใช้เวลาเดินทางมาถึงโลกราว 10 วัน แต่ก็มีบางครั้งมีความเร็วสูงถึง 6 ล้านไมล์ต่อวินาที ซึ่งจะมาถึงโลกในเวลาไม่กี่นาที ถ้าการระเบิดนั้นเล็งตรงมาที่โลกและมีการระเบิดที่ขนาดที่ใหญ่พอก็คือหายนะของโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลกดีๆนี่เอง แต่ส่วนใหญ่แล้วมวลที่ปลดปล่อยมาจะเป็นประจุที่มีอนุภาคดังนั้นมันจึงมักถูกเบี่ยงเบนออกไปรอบโลกด้วยสนามแม่เหล็กของโลก

แต่ก็มีบางส่วนเล็ดลอดเข้ามาที่บรรยากาศชั้นสูง ทำปฏิกริยากับไอออนในชั้นบรรยากาศ เห็นได้จากปรากฏการณ์แสงออโรร่า มีการระบกวนสัญญาณวิทยุ มีการ้หนี่ยวนำในระบบจ่ายไฟฟ้าแถบขั้วโลกทำให้ระบบ overload เกิดไฟดับในวงกว้าง หรือทำให้ดาวเทียมบนอวกาศเสียหาย ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ดาวเทียมสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์จะส่งข้อมูลแจ้งเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือเป็นการล่วงหน้า จากข้อมูลที่ นักวิทยาศาสตร์ได้จากการศึกษาจุดดับบนดวงอาทิตย์ พบว่าวงรอบการตื่นตัวของดวงอาทิตย์จากจุดต่ำสุด (Solar minimum) ถึงสูงสุด (Solar maximum)มีคาบเวลาประมาณ 11 ปี ซึ่งในปัจจุบันปี 2013 ดวงอาทิตย์อยู่ในช่วง Solar maximum

ซึ่งการที่โลกมีสนามแม่เหล็กแข็งแรงพอนั้นทำให้ ชั้นบรรยากาศของโลกไม่ถูกเป่ากระจายออกไปในอวกาศจากความแรงของพายุสุริยะทีละน้อยทีละน้อยเหมือนที่เกิดขึ้นกับดาวอังคาร

สิ่งที่น่าแปลกเกี่ยวกับตัวชั้น Corona ก็คือ มันกลับมีความร้อนสูงกว่าบริเวณในชั้นพื้นผิวของดวงอาทิตย์ นักวิทยาศาสตร์พบว่าบนพื้นผิวดวงอาทิตย์มีการไหลเวียนมวลที่ร้อนจากภายในขึ้นมาที่พื้นผิวเมื่อมันเย็นตัวลงมันก็จะจมลงไปด้านล่างอีกครั้งทำให้เหมือนมีการเดือดปุดๆบนพื้นผิว คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจากการเดือดที่พื้นผิวทั่วดวงดาวร่วมกับความรุนแรงของสนามแม่เหล็กน่าจะเป็นตัวที่ทำให้ corona มีอุณหภูมิสูงระดับล้านองศาได้

ในที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์เผาไฮโดรเจนของมันหมด สมดุลจากแรงโน้มถ่วงและการระเบิดภายในของดาวก็จะเสีย แรงโน้มถ่วงจะชนะทำให้เกิดการยุบตัว การยุบตัวจะทำให้ความหนาแน่นที่แกนกลางเพิ่มขึ้นร้อนขึ้นจนสามารถหลอม He กระบวนการนิวเคลียร์ฟิวชั่นจะเกิดขึ้นอีกครั้งด้วยเชื้อเพลิงฮีเลียม ดาวอาทิตย์จะขยายตัวออกอีกครั้งเป็นดาวยักษ์แดง กลืนดาวพุธ ศุกร์ และอาจจะขยายตัวมาถึงโลก ในตอนนี้พื้นผิวของมันจะถูกพ่นกระจายออกสู่อวกาศ จนในที่สุดก็จะเหลือแต่แกน ขนาดประมาณโลกแล้วค่อยๆเย็นตัวลง หรือตายไปในที่สุด

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

Firefox Sync

สำรวจเมนูของ Browser Firefox เพื่อทำการ Update โปรแกรมไปเป็นรุ่น 20 บังเอิญไปเจอเมนู Firefox Sync อยู่ในเมนู Tools ลองกดดูก็พบว่ามีการ ลงทะเบียน User ใหม่ เลยเกิดความสงสัยว่า อะไรคือ Firefox Sync   ซึ่งก็ได้คำตอบจาก Firefox Wiki ตามข้างข่างนี้


Firefox Sync, originally branded Mozilla Weave,[2] is a browser synchronization feature that allows users to partially synchronize bookmarks, browsing history, preferences, passwords, filled forms, add-ons and the last 25 opened tabs across multiple computers.[3]
It keeps user data on Mozilla servers, but the data is encrypted in such a way that no third party, not even Mozilla, can access user information.[4]
Firefox Sync was originally an add-on[5] for Mozilla Firefox 3.x and SeaMonkey 2.0, but it has been a built-in feature since Firefox 4.0[6] and SeaMonkey 2.1.[7]


สรุปสั้นๆก็คือ มันเป็นความสามารถหนึ่งของ Firefox ที่มีมานานแล้ว ใช้สำหรับบันทึก คั่นหน้าเวป ที่เราเปิดล่าสุดจำนวน 25 tab ประวัติการใช้ รหัสผ่าน ค่าในฟอร์มที่เคยป้อน ไว้เพื่อความสะดวกในการใข้งานโปรแกรม Firefox Browser จากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ข้อมูลทั้งหมดจะเก็บไว้ที่ Server โดยเข้ารหัสไว้ ใครก็ไม่สามารถจะเอาข้อมูลไปใช้ได้

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

Facebook Phone

Facebook Phone ตามข่าวคือการเปลี่ยน Home screen ของโทรศัพท์ Smartphone ตัวปัจจุบันของคุณ เป็น Home screen ในแบบของ facebook เท่านั้น เขาไม่ได้สร้าง FBos ใหม่หรือทำการ Fork Android OS ไปเป็น OS ของทาง FB เอง แต่อย่างใด แค่ทำการ integration FB เข้าไปใน OS ของ smartphone เป็น layer หนึ่งระหว่าง OS กับ Apps ดังนั้น การ merge จะทำใน Android ได้ก่อน เพราะมันค่อนข้างเปิด ส่วนใน iOS ต้องมีคุยกับ Apple 

สิ่งที่แนะนำเข้ามาคือ chat head ปุ่มรูปหน้าเพื่อนคุณบนจอ มันจะโผล่มาทันทีบนจอไม่ว่าจะใช้ App อะไรอยู่ ถ้ามีการสื่อสารผ่าน FB มา กดปุ่ม chat head ที่ว่านั่นก็ตรงไปที่การสื่อสารแบบ FB ได้เลย

สรุปก็คือ คุณซัคฯ แกจะยึดหน้าจอ Home ดันการสื่อสารระหว่างเพื่อนผ่าน FB มาให้เป็นตัวเด่นบนมือถือคุณ ถ้าอยากทดลองใช้ Facebook phone หรือระบบ Chat head หรือ Facebook integration for Smartphone รอ update วันที่ 12 April 2013 ครับ

ธเนศ
@ThanesTalk

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

เอา High speed train ไปขนผัก


พักนี้บนหน้าเฟซบุค ที่ผ่านๆตาผมหนักไปทางเรื่อง การเอา High speed train ไปขนผักเป็นเรื่องขำกันไปทั่ว บ้างค่อนว่าแพงไปมั๊ยสำหรับเงินขนาดนั้นเอาไปทำรถขนผัก  ไอ้ผมไม่ได้มีความรู้มากมายทางด้าน Logistic อาศัยว่าพอจะมีความเข้าใจทางเครื่องยนต์กลไกอยู่บ้าง
ผมก็มองว่า รถขนคน กับรถขนของ ก็ไม่ต่างกันมากมาย ทางเทคนิคมันทำได้ กะอีแค่เอาผักยัดกล่องแล้วเอากล่องผักที่ว่ายัดใส่ตู้รถไฟความเร็วสูงอีกที ต่างตรงที่ของมันเดินขึ้นรถเองไม่ได้ แค่ต้องมีคนขนของขึ้นลงรถก็เท่านั้น ส่วนคนมันเดินขึ้นกล่องตู้รถได้เอง  สุดท้ายทั้งคนทั้งของก็เข้าไปอยู่ในกล่องตู้รถไฟเหมือนๆกัน

ยอมเสียเวลา หาข้อมูลจาก Google ดูสักหน่อย ก็จะเห็นว่า ต่างประเทศเขาก็ทำ อาจจะแยกเป็นสัดส่วนออกจากระบบขนคน เป็นเรื่องราวไปก็เท่านั้น หลายที่ก็ออกแบบ ให้ใช้งานร่วมกัน ขนทั้งคนขนทั้งของ

ผมว่าเราอคติให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมากเกินไป  ใครที่ไหนจะเอาเงินขนาดนั้นไปทำรถขนผักอย่างเดียว เห็นกันมาสองปี นายกหญิงฯของเราท่านนี้ ท่านก็เป๋อๆกะเปิ๊บกะป๊าบ ไม่ถนัดเรื่องพูด ก็เลยเผลอปล่อยไก่ไปตามประสาของท่านแหละครับ อย่าไปจริงจังกับคำพูดของท่านนักเลย

ผมว่าที่เราตั้งป้อมไม่เอางบ 2.2 ล้านล้านเนี่ย เรากลัวนักการเมืองจะโกงเอาเงินเราไปใช้ มากกว่าจะกลัวเรื่องจะสร้างรถไฟ คือเราต้องการเห็นประเทศเจริญเหมือนกันแหละไม่ว่าจะสังกัดสีอะไร

เวลานี้เราต้องหันกลับมาดูว่า ไอ้ระบบขนส่ง Logistic ของเราในปัจจุบันมันห่วยแค่ไหน ระบบขนส่งทางรถไฟของเราล้าหลังแค่ไหน ซึ่งมันเลยเวลาเรื่องต้องปรับปรุงระบบแล้ว มันต้องรื้อสร้างใหม่สถานเดียว ถ้าเป็นไปได้ ยกเลิก รฟท ไปเลยได้ก็ยิ่งดีครับ

ส่วนไอ้เรื่องผักเน่าเสีย เพราะระบบ Logistic มันห่วย ใช่ครับ มันก็เป็นความจริงที่เกิดความเสียหายเนื่องจากขนส่งไม่ทัน แต่ต้องมาดูด้วยว่าไอ้ที่ตะบี้ตะบันปลูกกันอยู่เนี่ยมัน Over Supply เพราะมีกลไกอะไรไปบิดเบือนตลาดหรือเปล่า สมมุติว่าขนผักใส่ตู้รถความเร็วสูงไปขายได้ทันทั้งหมด แต่ปริมาณผักมันก็ Over Supply นะมันก็ไปเน่าที่ตลาด หรือที่โกดังอยู่ดี แหละครับ ไม่มีใครซื้อยกเว้นรัฐบาล  แถมค่าขนส่งผักด้วยระบบรถไฟความเร็วสูง คิดออกมาเป็นต่อกิโลกรัมผัก อาจจะไม่คุ้มเอาเลยก็ได้ คงต้องจำกัดเฉพาะพวกผัก Premium Grade กระมัง

ธเนศ